“ขายของออนไลน์” ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

โดยคำถามนี้เรียกได้ว่าหนักอกหนักใจพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ เพราะมีความกังวลใจเรื่องภาษี เอาล่ะ มาฟังคำตอบกันดีกว่าจ้า อันดับแรกตอบให้ได้ก่อนว่า … ขายของออนไลน์ที่ว่าน่ะ ขายอะไรกันแน่ เพราะมันมีมากมายหลากหลายให้เลือกสรร ถ้าเราตอบได้ว่าขายอะไร มันก็จะง่ายขึ้นครับผม เพราะหลักการคำนวณภาษีบางตัวก็จะแตกต่างกันไป แต่เอาหลักการก่อนละกัน คือ ภาษีหลักๆสำหรับคนขายของออนไลน์ มันจะมี 2 ตัว คือ ภาษีเงินได้ กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้เสียตามรูปแบบของธุรกิจ นั่นคือ เราเป็นบุคคลธรรมดาที่ขายของออนไลน์ ก็เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ถ้าเราเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนบริษัทห้างหุ้นส่วนเรียบร้อย อันนี้ก็จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ทีนี้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีวิธีการคำนวณ 2 วิธี คือ

วิธีแรก (เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี และ วิธีที่สอง คือ เงินได้ x 0.5% วิธีนี้คิดเป็นภาษีเลย โดยจะใช้วิธีนี้เมื่อตัวเรามีรายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นค่อยเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีรายได้จากการขายของออนไลน์ 1 ล้านบาท คำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 ก่อนเลย นั่นคือ เอา 1,000,000 x 0.5% = 5,000 บาท เก็บตัวเลขนี้ไว้ในใจ แล้วไปต่อด้วยการคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 ต่อ

วิธีที่ 1 เราก็เอารายได้ 1,000,000 บาททีว่ามาหักค่าใช้จ่าย ซึ่ง ค่าใช้จ่ายเนี่ยโดยปกติขายของออนไลน์ทั่วไป ซื้อมาขายไปธรรมดา ส่วนใหญ่จะเลือกหักได้ 2 แบบ คือ เหมาไปเลย 60% กับ หักค่าใช้จ่ายจริง เลือกเอาว่าอันไหนมากกว่า คุ้มกว่าเหมาะกับเรา

เราก็ต้องมาคิดว่าถ้าเลือกหักเหมา 60% ของรายได้ 1,000,000 บาท ก็จะได้ค่าใช้จ่าย 600,000 บาท ถ้าหากคิดว่าค่าใช้จ่ายจริงมันมากกว่า 600,000 บาท (เช่น 900,000 บาท) แล้วคิดว่าคุ้มค่ากว่าก็ใช้ค่าใช้จ่ายจริงก็ได้นะ

ทีนี้มาที่ค่าลดหย่อนกันบ้าง โดยปกติถ้าไม่มีค่าลดหย่อนอะไรเลยเราก็จะมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

สมมติว่าเลือกหักเหมา เราจะได้เงินได้สุทธิออกมาจำนวน 1,000,000 – 600,000 – 60,000 = 340,000 บาท ก็เอาตัวนี้มาเทียบในหน้าตารางอัตราภาษีด้านล่างนี้ จะได้ภาษีที่ต้องเสียออกมาจำนวน 11,500 บาท (7,500 + 4,000)

เมื่อเทียบกับ 5,000 บาทที่ได้ตามวิธีที่ 2 เราก็จะเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่านั่นเอง 

แต่ถ้าคุณจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน อันนี้คุณจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลละ ซึ่งคุณต้องมีนักบัญชี มีผู้สอบบัญชี มีทำงบการเงิน ส่งให้สรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยจะคำนวณภาษีจาก กำไรสุทธิ ซึ่งเอาเป็นว่าถ้าเป็นรูปแบบนี้ คุณจะต้องมีบัญชีจัดการให้ และศึกษาเรื่องภาษีธุรกิจเพิ่มเติมกัน 

อันนี้คือหลักการของภาษีเงินได้ นั่นคือ ดูตามรูปแบบของธุรกิจ

ส่วนเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม นั้นจะดูที่รายได้ของเรา ถ้าเรามีรายได้ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT แล้วนะ โดยเสีย 7% จากยอดรายได้นี่แหละ ซึ่งหลักการสำคัญ ก็คือ ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทเมื่อไรต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน หลังจากนั้นก็ไปศึกษาเพิ่มเติมกันต่อเลย

ถ้าอยากได้แบบสรุปง่ายๆ สามารถดูได้จากภาพนี้เลย

สุดท้ายขอฝากไว้ … 

ขายของออนไลน์ = มีรายได้ แปลว่าต้องเสียภาษี ถ้าจะให้ดีทำให้ถูกต้องดีกว่าจะได้สบายใจกันไปยาวๆ นะทุกคน 

ที่มา: https://aommoney.com